
นกชนหิน ใกล้สูญพันธุ์ ความงดงามในป่าที่กำลังเลือนหาย
- ผีเสื้อสีขาว
- 37 views

นกชนหิน ใกล้สูญพันธุ์ ช่วงนี้หลายคนเริ่มได้ยินชื่อ นกชนหิน มากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะกำลังหายไปจากธรรมชาติแบบเงียบๆ เป็นนกหายากที่อาศัยอยู่ตามป่าธรรมชาติ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม ทั้งการตัดไม้และการรบกวนจากมนุษย์ ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยลดลงอย่างต่อเนื่อง จนจำนวนประชากรลดฮวบ
- นกชนหินคือสัตว์ป่าหายากในป่าดิบเขตร้อน
- กำลังใกล้สูญพันธุ์จากการสูญเสียถิ่นอาศัย
- จำนวนประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องในธรรมชาติ
นกชนหิน เสียงเรียกแห่งผืนป่าที่หาฟังยาก

นกชนหิน มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhinoplax vigil เป็นนกขนาดใหญ่ในวงศ์นกเงือก และเป็นเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Rhinoplax พบได้ในประเทศไทย มาเลเซีย เกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียว โหนกบนหัว มีน้ำหนักมากถึงประมาณ 11% ของน้ำหนักตัว ต่างจากนกเงือกชนิดอื่นตรงที่โหนกมีลักษณะ ทึบตัน ทั้งชิ้น นกตัวผู้ใช้โหนกนี้ในการต่อสู้ด้วยการเอาหัวชนกัน
ชาวปูนัน มีความเชื่อว่านกชนหินตัวใหญ่ เป็นผู้พิทักษ์แม่น้ำที่แบ่งกั้นระหว่าง โลกของคนเป็นและคนตาย ในประเทศไทย ถูกจัดเป็น สัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 อยู่ในบัญชีที่ 1 ของ อนุสัญญาไซเตส เป็นกลุ่มชนิดพันธุ์ที่ห้ามค้าขายในเชิงพาณิชย์อย่างเด็ดขาด
มันถูกล่าหนักมาก เพื่อเอา สันบนจะงอยปากบน ไปแกะสลักเป็นเครื่องใช้และเครื่องประดับราคาแพง ทำให้จำนวนประชากรลดลงอย่างเห็นได้ชัดในทุกพื้นที่ คิดว่ามีนกชนหินหลงเหลืออยู่ในป่าประเทศไทย ไม่ถึง 100 ตัว แล้วก็มีการเจอ การประกาศขายชิ้นส่วนโหนกนกชนหินผ่านเฟซบุ๊กมากกว่า 546 ชิ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ที่มา: นกชนหิน (16 ธันวาคม 2024) [1]
ลักษณะเด่นของนกชนหิน ที่ไม่เหมือนนกชนิดอื่น
นกชนหิน มีลักษณะที่เด่นกว่า นกเงือกชนิดอื่น ตรงโหนกบนหัวของมัน เพราะโหนกของมัน ตัน เกือบทั้งชิ้น คล้ายกับนอแรดเลย กลายเป็นว่าความพิเศษนี้กลับเป็นภัย เพราะโดนมนุษย์ล่าเอาโหนกไปขาย เอาไปทำพวกเครื่องประดับหรืองานศิลปะ จนตอนนี้จำนวนประชากรลดฮวบ และเสี่ยงสูญพันธุ์สุดๆ
มีเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ ดังไกลมาก ตัวผู้ร้องทีนึงได้ยินไปไกลถึง 2 กิโลเมตร จังหวะการร้อง จะเริ่มจากเสียง ‘อู๊ก’ ติดต่อกัน แล้วค่อยๆ เร่งจังหวะให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนไปจบที่เสียงเหมือนคนกำลัง หัวเราะ บางทีตัวเมียก็มาร้องแจมด้วย แต่เสียงตัวเมียจะแหลมกว่าตัวผู้นิดหน่อย ส่วนใหญ่จะได้ยินเสียงประสานกันแบบนี้บ่อยๆ ในช่วงฤดูผสมพันธุ์
ที่มา: ชวนรู้จัก ‘นกชนหิน’ ที่ไม่ได้มีดีแค่หัว (21 กันยายน 2022) [2]
ที่อยู่อาศัยและการหากินอาหาร ของนกชนหิน
ที่อยู่อาศัยของนกชนหิน จะเน้นอยู่ในป่าดิบชื้นแบบลึกๆ โดยเฉพาะป่าที่มีต้นไม้ใหญ่เยอะๆ เพราะมันต้องใช้โพรงไม้สำหรับทำรัง และใช้ต้นไม้สูงเป็นจุดเกาะกับหาอาหาร ส่วนใหญ่จะเจอแถวภาคใต้ของไทย หรือป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์จริงๆ ถ้าป่าเริ่มบางหรือโดนทำลาย นกชนิดนี้จะอยู่ยากมาก
นกชนหินเป็นสายกินผลไม้เป็นหลัก ชอบพวกผลไม้ป่าต่างๆ แล้วมันจะบินไปเรื่อยๆ ตามแหล่งอาหาร ไม่ได้อยู่ที่เดียวตลอด บางทีก็บินไกลพอสมควร นอกจากผลไม้แล้ว บางครั้งก็มีเสริมพวกแมลงหรือสัตว์เล็กๆ บ้าง แต่ไม่ใช่อาหารหลัก มันช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ไปทั่วป่า แบบกินแล้วบินไปปล่อยที่อื่นต่อ ทำให้ป่ายังโตต่อได้แบบธรรมชาติเลย
พฤติกรรมของนกชนหิน ที่น่าสนใจ
พฤติกรรมของนกชนหิน เป็นนกที่รักเดียวใจเดียวมากๆ คือจับคู่แล้วอยู่ด้วยกันยาว ช่วยกันหากินและเลี้ยงลูก อีกอย่างที่เด่นมากคือเรื่องทำรัง ตัวเมียจะเข้าไปอยู่ในโพรงไม้ แล้วให้ตัวผู้เอาโคลนมาปิดเหลือแค่ช่องเล็กๆ ไว้ส่งอาหาร
ช่วงนี้ตัวผู้จะทำหน้าที่ หาอาหารมาป้อนแทบทั้งหมดเลย นกชนหินยังชอบอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ไม่ค่อยลงพื้น และจะบินเป็นระยะไกลเพื่อหาอาหาร โดยเฉพาะผลไม้ในป่า ถือว่าเป็นนกที่มีบทบาทสำคัญกับธรรมชาติแบบเงียบๆ แต่โคตรสำคัญเลย
สถานะการอนุรักษ์ ของนกชนหินในปัจจุบัน
สถานะของนกชนหินตอนนี้ หลายพื้นที่จำนวนมันลดลงเรื่อยๆ จนถูกจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองแล้ว สาเหตุหลักๆ ก็มาจากป่าที่ถูกทำลาย ทั้งการตัดไม้ ทำเกษตร หรือขยายพื้นที่มนุษย์ ทำให้มันไม่มีที่อยู่และแหล่งอาหาร และการล่า ถึงจะไม่ใช่นกที่คนล่ากันเยอะมาก
แต่ก็ยังมีผลกับจำนวนอยู่ดี ถ้ายังไม่ช่วยกันรักษาป่าและลดการคุกคาม นกชนหินมีโอกาสเข้าใกล้คำว่า สัตว์ป่าที่ใกล้ สูญพันธุ์ มากขึ้นเรื่อยๆ
นกชนหิน ที่ได้รับการถูกจัด เป็นสัตว์ป่าสงวนของไทย
นกชนหินถือเป็น สัตว์ยุคโบราณ ที่เชื่อกันว่ามีอายุเก่าแก่ถึง 45 ล้านปี และเป็นต้นตระกูลของนกเงือกในแถบเอเชีย อาศัยอยู่ในป่าดงดิบ พบกระจายพันธุ์ตั้งแต่ภาคใต้ของไทย พม่า มาเลเซีย ไปจนถึงอินโดนีเซีย จากการสำรวจในปี พ.ศ. 2562 พบจำนวนประชากรในไทย เหลือเพียงประมาณ 20 ตัว มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง ที่คาดว่ามาจากการคุกคามของมนุษย์
มันมีความสำคัญ กับระบบนิเวศในฐานะ นักปลูกป่า ที่ช่วยกระจายพันธุ์ไม้ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของไทย อยู่ในบัญชีที่ 1 ของอนุสัญญาไซเตส และจัดให้อยู่ในเกณฑ์ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง ของ IUCN Red List ที่เป็นระดับความเสี่ยงสูงสุดก่อนการสูญพันธุ์จากธรรมชาติ
ลำดับการดำเนินการให้อยู่ในการประกาศเป็นสัตว์ป่าสงวน
- เครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ยื่นเอกสารเสนอให้นกชนหิน เป็นสัตว์ป่าสงวนต่อกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2563
- ที่ประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ มีมติเห็นชอบ ให้นกชนหินเป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของประเทศไทย ในวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2564
- การเตรียมยื่นร่างกฤษฎีกาตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และได้กลายเป็นสัตว์สงวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่มา: ลำดับเหตุการณ์ผลักดัน ‘นกชนหิน’ เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 ของประเทศไทย (9 มีนาคม 2021) [3]
การอนุรักษ์นกชนหินในไทย และความพยายามล่าสุด
นกชนหิน ใกล้สูญพันธุ์ ไม่ใช่แค่หายากธรรมดา แต่เข้าขั้นวิกฤตเลย เพราะในไทยเหลือในธรรมชาติไม่ถึง 100 ตัวแล้ว
1. ยกระดับกฎหมาย “สัตว์ป่าสงวน” จริงจังมากขึ้น
ไทยได้ยกระดับนกชนหินให้เป็น สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 20 หมายความว่า การล่า ครอบครอง หรือค้าขาย มีโทษหนักกว่าปกติ เพราะเมื่อก่อนแค่ สัตว์คุ้มครอง ยังไม่แรงพอ แต่พอเป็น สัตว์สงวน คือรัฐเอาจริงมากขึ้น
2. ปราบการล่า ค้าของผิดกฎหมาย
ปัญหาใหญ่ของนกชนหินคือโดนล่าเอา โหนก ไปทำเครื่องประดับราคาแพง มีการลักลอบค้าข้ามประเทศด้วย ทำให้จำนวนลดฮวบ ตอนนี้หน่วยงานรัฐ และเครือข่ายอนุรักษ์ พยายามสกัดเส้นทางค้า และเพิ่มการลาดตระเวนในป่า เพื่อลดการล่าให้ได้มากที่สุด
3. ปกป้องป่า = ปกป้องนกชนหิน
นกชนหินต้องอยู่ในป่าที่สมบูรณ์มากๆ เท่านั้น ถ้าป่าหาย นกก็อยู่ไม่ได้ ตอนนี้มีการเน้น ดูแลพื้นที่ป่า รักษาต้นไม้ใหญ่ที่ใช้ทำรัง ลดการบุกรุกป่า เพราะถ้าไม่มีบ้าน ต่อให้ไม่โดนล่า นกก็ไม่รอดอยู่ดี
4. ดึงคนในพื้นที่มาช่วยอนุรักษ์
มีการเปลี่ยนแนวคิดจาก ปราบอย่างเดียว มาเป็น ให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วม เช่น ดึงอดีตพรานมาเป็นผู้ดูแลรังนก ทำงานร่วมกับชุมชนให้ช่วยเฝ้าระวัง แนวนี้ได้ผลมาก เพราะคนพื้นที่รู้ป่าดีที่สุด
5. กระแสสังคมช่วยผลักดันจริง
อีกอย่างที่เห็นชัดคือ พลังโซเชียล เคยมีคนร่วมลงชื่อเป็นหมื่นๆ เพื่อผลักดันให้รัฐคุ้มครองนกชนหิน มันทำให้เรื่องนี้ไม่เงียบ และกลายเป็นประเด็นระดับประเทศ
เสียงปีกของนกชนหิน ที่สะท้อนความเงียบของป่า
เสียงปีกของนกชนหิน มันดัง “ฟึบ ฟึบ” แบบชัดมาก จนบางทีเดินอยู่ในป่ายังรู้เลยว่ามันบินผ่านไปแล้ว เสียงนี้ คือสัญญาณของป่าที่ยังมีชีวิต ยังอุดมสมบูรณ์อยู่ แต่พอวันไหนที่ป่าเงียบ ไม่มีเสียงปีกแบบนี้ให้ได้ยิน
นั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัว เพราะมันหมายถึงว่านกชนหินเริ่มหายไป และป่าก็กำลังสูญเสียความสมบูรณ์ไปทีละนิด เหมือนธรรมชาติกำลังค่อยๆ เงียบลงโดยที่หลายคนไม่ทันสังเกตเลย
สรุป นกชนหิน ใกล้สูญพันธุ์ นกหายากที่ต้องเร่งอนุรักษ์
นกชนหิน ใกล้สูญพันธุ์ ที่เป็นสัตว์ป่าหายาก สาเหตุหลักๆ ก็มาจากการที่ป่าถูกทำลาย พื้นที่อยู่อาศัยลดลง รวมถึงการรบกวนจากมนุษย์ ทำให้จำนวนของมันในธรรมชาติลดลงแบบเห็นได้ชัด ถึงแม้จะเริ่มมีการอนุรักษ์มากขึ้น แต่ก็ยังต้องใช้เวลาและความร่วมมืออีกเยอะ ถ้าไม่มีการดูแลอย่างจริงจัง โอกาสที่เราจะไม่ได้เห็นนกชนหินในธรรมชาติอีกเลยก็มีสูงเหมือนกัน
นกชนหินสำคัญต่อธรรมชาติยังไง?
นกชนหินสำคัญกับธรรมชาติมาก เพราะมันเป็นเหมือน คนปลูกป่า แบบไม่ต้องมีใครสั่งเลย มันจะกินผลไม้แล้วบินไปถ่ายเมล็ดไว้ตามที่ต่างๆ ทำให้ต้นไม้ใหม่งอกขึ้น กระจายพันธุ์พืชไปทั่วป่า พอมีต้นไม้เพิ่ม สัตว์อื่นก็มีที่อยู่ มีอาหาร ระบบนิเวศก็สมดุลมากขึ้น ถ้านกชนหินยังอยู่ ป่าก็ยังมีโอกาสรอด แต่ถ้าวันไหนมันหายไป ป่าก็อาจค่อยๆ เสื่อมลงแบบที่เราไม่รู้ตัวเลย
ทำไมนกชนิดนี้ มันถึงชื่อเรียกว่า นกชนหิน?
ที่เรียกว่า นกชนหิน ก็เพราะลักษณะเด่นของมัน คือจะงอยปากกับโหนกด้านบนที่แข็งมากๆ ดูเหมือนก้อนหินเลย โดยเฉพาะโหนกของมันแน่น และหนักกว่านกเงือกชนิดอื่น คนเลยเอาคาแรกเตอร์นี้มาตั้งชื่อให้ดูจำง่าย ฟังแล้วรู้เลยว่าเป็นนกที่ปากแข็งแรงสุดๆ บางทีก็เอาไปเชื่อมกับพฤติกรรมการต่อสู้หรือป้องกันตัวด้วย เลยยิ่งตอกย้ำชื่อ ชนหิน เข้าไปอีก
- Tags: ความรู้ทั่วไป


