มือถือกันน้ำได้จริง รุ่นไหนบ้าง ดูยังไง

มือถือกันน้ำได้จริง รุ่นไหนบ้าง

มือถือกันน้ำได้จริง รุ่นไหนบ้าง ต้องดูมาตรฐาน IP67 หรือ IP68 ซึ่งสามารถกันน้ำได้ทั้งฝนและการจุ่มน้ำชั่วคราว รุ่นที่มีมาตรฐานนี้ในปี 2025–2026 ได้แก่ iPhone รุ่นใหม่, Samsung Galaxy S series, Xiaomi และ OnePlus หลายรุ่น รวมถึงมือถือระดับกลางที่ราคาไม่เกิน 10,000 บาทก็เริ่มมีฟีเจอร์นี้แล้ว

  • ทำไมมือถือต้องกันน้ำได้?
  • ความหมายของ มาตรฐานการกันน้ำ (IP Rating)
  • มือถือกันน้ำรุ่นยอดนิยม (อัปเดตปี 2025–2026)

ทำไมมือถือต้องกันน้ำได้?

ในยุคที่ผู้คนใช้สมาร์ตโฟนแทบจะตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเดินทาง หรือการพักผ่อน ฟีเจอร์ กันน้ำ จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน เพราะอุบัติเหตุจากน้ำเกิดขึ้นได้ง่ายมาก เช่น ฝนตกหนักระหว่างเดินทาง น้ำหกใส่โต๊ะทำงาน หรือกิจกรรมกลางแจ้งอย่างการเล่นสงกรานต์

หากมือถือไม่มีมาตรฐานกันน้ำ ความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจทำให้ข้อมูลสูญหายและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจระดับการป้องกันน้ำที่แท้จริง จึงมีการกำหนดมาตรฐาน IP (Ingress Protection) ซึ่งใช้ตัวเลขบอกระดับการกันฝุ่นและกันน้ำ เช่น

  • IP67: กันน้ำลึก 1 เมตรได้นาน 30 นาที
  • IP68: กันน้ำลึก 1.5–6 เมตรได้นาน 30 นาที (ขึ้นกับรุ่น)

มาตรฐานนี้จึงเป็นตัวชี้วัดที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกมือถือที่เหมาะกับการใช้งานและสภาพแวดล้อมของตนเองได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ความหมายของ มาตรฐานการกันน้ำ (IP Rating)

การกันน้ำของสมาร์ตโฟนไม่ได้วัดกันแบบ “กันได้หรือไม่ได้” เท่านั้น แต่มีมาตรฐานสากลที่เรียกว่า IP Rating (Ingress Protection) ซึ่งใช้ตัวเลขสองหลักบอกระดับการป้องกันฝุ่นและน้ำ โดยเลขตัวแรกคือการกันฝุ่น ส่วนเลขตัวที่สองคือการกันน้ำ

ความหมายของมาตรฐาน IP ที่พบบ่อย

  • IP67: กันฝุ่นได้เต็มรูปแบบ, กันน้ำลึก 1 เมตร ได้นาน 30 นาที เหมาะกับการใช้งานทั่วไป เช่น ฝนตก น้ำหกใส่ หรือเล่นสงกรานต์ (6 ตุลาคม 2025) [1]
  • IP68: กันฝุ่นได้เต็มรูปแบบ, กันน้ำลึก 1.5–6 เมตร ได้นาน 30 นาที (ขึ้นกับรุ่นและผู้ผลิต) เหมาะกับผู้ที่ต้องการความมั่นใจมากขึ้น เช่น ใช้งานกลางแจ้งหรือกิจกรรมทางน้ำ
  • IP69: กันฝุ่นได้เต็มรูปแบบ, กันน้ำแรงดันสูงประมาณ 100 บาร์และทนต่ออุณหภูมิสูง 80 องศาเซลเซียส การทดสอบทั้งหมดนี้จะต้องอยู่ภายใต้มาตรฐาน DIN 40050 มักใช้กับอุปกรณ์อุตสาหกรรมหรือสมาร์ตโฟนสาย Rugged Phone ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมโหดร้าย (12 สิงหาคม 2023) [2]

ตัวอย่างการใช้งานจริง

  • IP67: ถือมือถือเดินกลางฝน, น้ำหกใส่โต๊ะ, เล่นสงกรานต์โดยไม่ต้องกังวล
  • IP68: พกมือถือไปสระว่ายน้ำหรือทะเล สามารถจุ่มน้ำชั่วคราวเพื่อถ่ายรูปได้ แต่ไม่ควรใช้ถ่ายใต้น้ำเป็นประจำ
  • IP69: ใช้ในงานก่อสร้าง, โรงงาน, หรือกิจกรรมที่มีน้ำแรงดันสูง เช่น ล้างรถด้วยเครื่องฉีดน้ำแรงดัน

ข้อควรระวัง

  • การกันน้ำหมายถึง อุบัติเหตุหรือการใช้งานทั่วไป เช่น ฝนตก, น้ำหก, เล่นสงกรานต์ ไม่ได้หมายถึงการใช้ถ่ายใต้น้ำเป็นประจำ
  • หากต้องการใช้มือถือใต้น้ำจริง ควรซื้อ เคสกันน้ำมาตรฐาน IP68/IPX8 เพื่อเพิ่มความปลอดภัย

มือถือกันน้ำรุ่นยอดนิยม (อัปเดตปี 2025–2026)

iPhone 15 และ iPhone 16 series

  • หนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด ซึ่งเปิดตัวในเดือนกันยายน 2023 และ 2024 ตามลำดับ มาพร้อมชิป A16 และ A17 Bionic กล้องหลัก 48MP และจอ OLED Super Retina XDR จุดเด่นคือมาตรฐาน IP68 ที่สามารถกันน้ำลึกได้ถึง 6 เมตรนาน 30 นาที ราคาเริ่มต้นประมาณ 37,000 บาท

Samsung Galaxy S23 และ S24 

  • เปิดตัวในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 และมกราคม 2024 ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 และ Exynos 2400 ตามลำดับ พร้อมจอ AMOLED 120Hz และกล้องหลัก 50MP กันน้ำมาตรฐาน IP68 ลึก 1.5 เมตรนาน 30 นาที ราคาเริ่มต้นราว 30,000 บาท

Xiaomi 13 และ 14 series

  • แบรนด์มาแรง เปิดตัวในเดือนธันวาคม 2022 และมีนาคม 2024 ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 2 และ Gen 3 กล้อง Leica 50MP และจอ AMOLED 120Hz กันน้ำมาตรฐาน IP68 เช่นกัน ราคาเริ่มต้นราว 25,000 บาท

OnePlus 12

  • สำหรับสายที่ชอบมือถือแรงแต่คุ้มค่า เปิดตัวธันวาคม 2023 ใช้ Snapdragon 8 Gen 3 จอ AMOLED QHD+ ขนาด 6.82 นิ้ว และกล้อง 50+48+64MP กันน้ำมาตรฐาน IP68 ลึก 1.5 เมตรนาน 30 นาที ราคาประมาณ 18,000–20,000 บาท

Oppo และ Realme

  • แบรนด์มือถือระดับกลาง ก็เริ่มใส่ฟีเจอร์กันน้ำมาตรฐาน IP67 เช่น Oppo Reno series และ Realme GT series กันน้ำฝนและน้ำหกใส่ได้ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการความคุ้มค่าในงบประมาณ 12,000–18,000 บาท

มือถือกันน้ำราคาประหยัด (IP67)

มือถือกันน้ำได้จริง รุ่นไหนบ้าง น่าสนใจและราคาประหยัด

  1. Realme รุ่นกลาง (เช่น Realme Note / Realme Narzo series)
  • ใช้ชิป Dimensity หรือ Snapdragon ระดับกลาง
  • กล้องหลัก 50MP, แบตเตอรี่ใหญ่ 5000–6000mAh
  • กันน้ำมาตรฐาน IP67 — กันน้ำลึก 1 เมตร 30 นาที
  • ราคาเปิดตัวประมาณ 7,000–9,000 บาท
  • เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการมือถือคุ้มค่า ใช้งานกลางแจ้งได้สบาย
  1. Oppo Reno series รุ่นใหม่ (Reno 14 / Reno 15)
  • ชิป Snapdragon 7 Gen 4 หรือ Dimensity 8000
  • จอ AMOLED 120Hz, กล้องหลัก 64–200MP
  • กันน้ำมาตรฐาน IP67 — กันน้ำฝนและน้ำหกใส่
  • ราคาเปิดตัวประมาณ 9,000–10,000 บาท
  • เหมาะกับคนที่อยากได้มือถือดีไซน์สวย กล้องเด่น แต่ยังกันน้ำได้
  1. Nubia V80 Max
  • เปิดตัวในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปี 2025
  • ชิป Unisoc T760, จอใหญ่ 6.8 นิ้ว, แบต 6000mAh
  • กันน้ำมาตรฐาน IP67
  • ราคาเปิดตัวประมาณ 6,000–8,000 บาท
  • เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการมือถือแบตอึด ใช้งานกลางแจ้ง

มือถือกันน้ำราคาประหยัดส่วนใหญ่จะใช้ IP67 ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น ฝนตก น้ำหก หรือเล่นสงกรานต์

อุปกรณ์เสริมกันน้ำ

มือถือกันน้ำได้จริง รุ่นไหนบ้าง

สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการใช้มือถือใต้น้ำจริง ๆ มือถือสำหรับสายถ่ายรูปมืออาชีพ รุ่นไหนดี เช่น ถ่ายภาพดำน้ำหรือกิจกรรมทางน้ำ ควรใช้ เคสกันน้ำมาตรฐาน (Waterproof diving case) IP68/IPX8 เสริม ซึ่งออกแบบมาเพื่อทนแรงดันน้ำและป้องกันการรั่วซึมได้ดีกว่าตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว

แบรนด์เคสกันน้ำที่เชื่อถือได้ เช่น:

  • LifeProof – เคสกันน้ำที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดสากล มีมาตรฐาน IP68 และผ่านการทดสอบแรงดันน้ำจริง
  • Catalyst – เคสกันน้ำสำหรับ iPhone และ Samsung ที่รองรับการดำน้ำลึกถึง 10 เมตร เหมาะกับสายถ่ายใต้น้ำ
  • Shellbox – เคสเพื่อการดำน้ำ ที่สามารถดำน้ำได้ลึกสูงสุด 15 เมตร (5 พฤศจิกายน 2021) [3]

สรุป มือถือกันน้ำได้จริง รุ่นไหนบ้าง อัปเดตปี 2026

โดยสรุปแล้ว มือถือกันน้ำได้จริง รุ่นไหนบ้าง แม้จะมีมาตรฐาน IP68 หรือ IP69K แต่ก็หมายถึงการทนต่อการกระเด็นหรือการจุ่มน้ำในสภาวะทดสอบ ไม่ใช่การดำน้ำหรือถ่ายภาพใต้น้ำโดยตรง ควรใช้ เคสดำน้ำ และหลีกเลี่ยงน้ำทะเลหรือสระที่มีสารเคมี โปรดจงรู้ว่า แบรนด์มือถือทุกแบรนด์ ไม่รับประกันความเสียหายจากน้ำ

iPhone กันน้ำได้จริงไหม และ Apple รับประกันหรือไม่?

iPhone มีมาตรฐานกันน้ำระดับ IP68 สามารถทนการจุ่มน้ำได้ชั่วคราว เช่น น้ำลึกไม่กี่เมตรในเวลาไม่เกิน 30 นาที แต่ Apple ระบุชัดเจนว่า ไม่รับประกันความเสียหายจากน้ำ หากเครื่องเสียหายจากการใช้งานจริงใต้น้ำ การเคลมจะไม่ครอบคลุมค่ะ

วิธีดูแลมือถือหลังจากเปียกน้ำควรทำอย่างไร?

หลังจากมือถือเปียกน้ำ ควรรีบเช็ดให้แห้งทันทีและอย่าเสียบสายชาร์จจนกว่าจะมั่นใจว่าแห้งสนิท ใช้ผ้าแห้งหรือกระดาษซับน้ำออกจากพอร์ตและช่องต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง และหากเป็นไปได้ควรวางเครื่องในที่อากาศถ่ายเทเพื่อให้ความชื้นระเหยออกจนหมดค่ะ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง