
วิตามิน มีกี่ชนิด กระแสวิตามินมาแรงในตอนนี้
- ผีเสื้อสีขาว
- 48 views

วิตามิน มีกี่ชนิด หลักๆ จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ ละลายในน้ำ กับ ละลายในไขมัน ซึ่งแต่ละแบบมีหน้าที่ต่างกัน และต้องกินให้เหมาะ วิตามินคือสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องใช้ แม้ร่างกายต้องการแค่เล็กน้อย แต่ถ้าไม่ได้รับเพียงพอ ก็ส่งผลทั้งเรื่องพลังงาน ภูมิคุ้มกัน ผิวหนัง กระดูก และระบบต่างๆ ของร่างกายได้เลย
- แบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก ละลายในน้ำกับละลายในไขมัน
- วิตามินคือสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายขาดไม่ได้
- วิตามินละลายในน้ำ ต้องกินทุกวันเพราะร่างกายไม่สะสม
- วิตามินละลายในไขมัน สะสมได้ แต่กินเกินอาจเป็นอันตราย
วิตามินไม่ใช่ยาวิเศษ แล้วมันคืออะไรกันแน่?

วิตามินคือ เป็นสารอินทรีย์ที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่จำเป็นต้องได้รับจากอาหาร เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้เพียงพอ ถึงแม้ร่างกายจะต้องการเพียงนิดเดียว แต่มีความสำคัญมหาศาล เช่น ช่วยในการหายใจของเซลล์ ช่วยนำโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ไปสร้างเนื้อเยื่อและผลิตพลังงาน
ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง การแข็งตัวของเลือด และการสร้างกระดูก มีส่วนสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาทและการมองเห็น
ที่มา: วิตามิน คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร (12 มิถุนายน 2016) [1]
ข้อมูลวิตามินล่าสุด ที่คนรักสุขภาพต้องรู้ในปีนี้
สำหรับปี ค.ศ. 2026 นี้ คนรักสุขภาพเริ่มสนใจวิตามิน แบบเฉพาะจุดมากขึ้น ไม่ใช่แค่มัลติวิตามินแบบรวมๆ แต่เน้นตัวที่ร่างกายขาดจริง เช่น วิตามิน D กับกระดูก และภูมิคุ้มกัน, วิตามิน B12 สำหรับคนทานมังสวิรัติ, และวิตามิน C กับผิวและต้านอนุมูลอิสระ
คนเริ่มเลือกตามไลฟ์สไตล์จริงๆ เช่น ทำงานหน้าจอนานก็เน้นวิตามินต้านความเครียดหรือบำรุงสายตา ข้อมูลล่าสุดจากงานวิจัยก็ชี้ว่า การกินแบบเฉพาะตัว และปริมาณเหมาะสม เห็นผลชัดกว่ากินมัลติวิตามินแบบรวมๆ
จุดเริ่มต้นของวิตามิน งานวิจัยแรกของโลก
จุดเริ่มต้น คำว่า Vitamin เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1912 โดย Kazimierz Funk นักชีวเคมีชาวโปแลนด์-อเมริกัน ได้สกัดสารอาหารที่เรียกว่า Accessory factor ที่ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1906 เชื่อว่าสารนี้เป็นสารประกอบกลุ่ม amine จึงนำคำว่า “Vita” ที่ภาษาละตินแปลว่า ชีวิต มารวมกับคำว่า “amine”
ต่อมา ในปี ค.ศ.1920 มีการค้นพบว่าสารอาหารในกลุ่มนี้ไม่ได้เป็น amine ไปทั้งหมด Jack Cecil Drummond จึงเสนอให้ตัดตัว “e” ตัวท้ายออก จากคำว่า Vitamine จึงกลายเป็น Vitamin และใช้เรียกกันมาจนถึงปัจจุบัน
ที่มา: กำเนิดวิตามิน…ประวัติศาสตร์การรักษาโรคด้วยอาหาร (18 กุมภาพันธ์ 2015) [2]
สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Kazimierz Funk เพิ่มเติมได้ที่ wikipedia
ถ้าเราขาดวิตามิน จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
ถ้าร่างกายขาดวิตามิน จะเริ่มมีอาการแบบเห็นได้ชัดเลย เช่น เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ป่วยบ่อย ผิวแห้ง ผมร่วง หรือบางคนอาจมีอาการเฉพาะอย่าง เช่น มองไม่ชัด เลือดออกง่าย หรือปวดกระดูก ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าขาดวิตามินตัวไหน
และถ้าปล่อยไว้นานๆ จากอาการเล็กๆ ก็อาจลามกลายเป็นปัญหาสุขภาพจริงจังได้ เพราะฉะนั้นทางที่ดีคือกินอาหารให้ครบ หรือเสริมวิตามินให้ตรงจุด จะช่วยให้ร่างกายกลับมาสมดุลได้เร็วขึ้น
ขาดวิตามินดูยังไง เช็คอาการด้วยตัวเอง?
ถ้าอยากรู้ว่าร่างกายขาดวิตามินหรือเปล่า ก็สังเกตจากอาการง่ายๆ เช่น รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ป่วยบ่อย ผิวแห้ง ผมร่วง เล็บเปราะ หรือบางคนอาจมีอาการเฉพาะอย่าง เช่น มองไม่ชัด เลือดออกง่าย ปวดกระดูก
ถ้าเจออาการพวกนี้บ่อยๆ ก็อาจแปลว่าร่างกายกำลังขาดวิตามินบางตัว การสังเกตตัวเองแบบนี้ช่วยให้รู้ว่าควรกินอาหาร หรือเสริมวิตามินตัวไหนบ้างให้เหมาะกับร่างกาย
วิตามินตัวไหนควรกินคู่กัน เห็นผลไว?
บางวิตามินถ้ากินคู่กันจะดูดซึม และเห็นผลได้ดีกว่ากินแยก เช่น วิตามิน D ควรกินกับวิตามินที่ละลายในไขมันอย่าง A หรือ E จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้เต็มที่ หรือวิตามิน C กินคู่กับธาตุเหล็กจากอาหาร จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมเหล็กได้ดีขึ้น การกินแบบจับคู่แบบนี้จะเห็นผลเร็ว และช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์เต็มๆ แต่ก็ต้องระวังปริมาณไม่ให้เกินความจำเป็นนะ
ชนิดของวิตามินต่างๆ แบ่งยังไงบ้าง?
วิตามิน มีกี่ชนิด สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ชนิดที่มีคุณสมบัติละลายในน้ำ และชนิดที่ละลายในน้ำมัน
1.วิตามินละลายในน้ำ (Water-soluble vitamins)
1.วิตามินบีรวม แยกย่อยออกเป็น
B1 → เผาผลาญพลังงานจากอาหาร
B2 → บำรุงผิวพรรณและสายตา
B3 → เผาผลาญไขมันและบำรุงผิว
B5 → ช่วยสังเคราะห์ฮอร์โมน
B6 → สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
B7 → เสริมสุขภาพเส้นผมและเล็บ
B9 → การเติบโตของเซลล์และทารกในครรภ์
B12 → บำรุงระบบประสาทและสร้างเม็ดเลือดแดง
2.วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน บำรุงผิวพรรณและเนื้อเยื่อ
2.วิตามินละลายในไขมัน (Fat-soluble vitamins)
1.วิตามินเอ บำรุงสายตา เสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ผิวแข็งแรง
2.วิตามินดี ช่วยดูดซึมแคลเซียมและเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
3.วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิว และลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
4.วิตามินเค ช่วยในการแข็งตัวของเลือดและเสริมสร้างกระดูก
ที่มา: วิตามินคืออะไร? ประเภท ประโยชน์ และแหล่งอาหารที่สำคัญ (13 มีนาคม 2025) [3]
ทำไมคนรุ่นใหม่กินวิตามินมากขึ้น?
ตอนนี้คนรุ่นใหม่เริ่มกินวิตามินมากขึ้น เพราะชีวิตเร่งรีบแล้วอาหารบางทีก็ไม่ครบหมู่ คนทำงานหน้าจอนาน นอนดึก เครียดบ่อย ก็เลยเลือกวิตามินช่วยบำรุงร่างกายหรือเสริมสิ่งที่ขาดจริงๆ อย่างวิตามิน D, B12 หรือ C อีกเหตุผลคือกระแสสุขภาพและโซเชียลมีเดีย ทำให้คนสนใจเรื่องการบำรุงตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ ทำให้กินวิตามินเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปเลย
ความจริงเกี่ยวกับวิตามิน ที่ไม่มีใครบอกคุณ
จริงๆ แล้วหลายคนเข้าใจผิดเรื่องวิตามินเยอะเลย วิตามินไม่ใช่ยาวิเศษที่กินแล้วสุขภาพปังทันที มันช่วยแค่เสริมสิ่งที่ร่างกายขาดจริงๆ และต้องกินในปริมาณที่เหมาะสมด้วย บางตัวกินมากเกินไปก็อาจเป็นโทษได้ อีกเรื่องคืออาหารจริงๆ มักมีวิตามินครบอยู่แล้ว ถ้ากินครบหมู่และมีไลฟ์สไตล์ดีๆ
การกินวิตามินเสริมบางตัวก็ไม่ได้จำเป็นเสมอไป ดังนั้นต้องเลือกกินให้ตรงจุด ไม่ใช่ตามกระแสหรือรีวิวในโซเชียลอย่างเดียว
ทำไมบางคนกินแล้วเห็นผล แต่บางคนไม่เห็นผล?
เรื่องนี้หลายคนสงสัยเลย ก็คือว่า การเห็นผลของวิตามินขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย บางคนขาดวิตามินตัวไหนจริงๆ พอกินเสริมก็รู้สึกดีขึ้นทันที แต่บางคนกินไปแล้วไม่เห็นผล เพราะร่างกายได้รับวิตามินครบอยู่แล้ว หรือกินผิดปริมาณ ไม่ตรงกับความต้องการจริงๆ
อีกอย่าง ไลฟ์สไตล์ การนอน การออกกำลังกาย หรือโรคประจำตัวก็มีผลด้วยนะ เลยไม่แปลกที่บางคนเห็นผลชัด บางคนแทบไม่รู้สึกอะไรเลย
ดังนั้นใครที่สงสัยว่าวิตามินกินตอนไหน ให้ได้ผลดีที่สุด ควรเลือกเวลาที่เหมาะกับชนิดวิตามิน และกิจวัตรของตัวเอง จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้เต็มที่ และเห็นผลชัดขึ้น
สรุป วิตามิน มีกี่ชนิด แบ่งตามหน้าที่และประโยชน์ชัดๆ
วิตามิน มีกี่ชนิด หลักๆ จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก คือ วิตามินละลายในน้ำ ที่ต้องกินทุกวันเพราะร่างกายไม่สะสม กับ วิตามินละลายในไขมัน ที่สะสมได้แต่กินเกินก็อาจมีผลเสีย การรู้จักชนิดและหน้าที่ของแต่ละตัวจะช่วยให้เลือกกินให้ตรง กับความต้องการของร่างกาย และสุขภาพโดยรวมดีขึ้น
กินอาหารครบแล้ว ยังต้องกินวิตามินเพิ่มไหม?
ถ้ากินอาหารครบทุกมื้อและครบทุกหมู่ ร่างกายก็ได้วิตามินที่จำเป็นเกือบทั้งหมดอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องกินวิตามินเพิ่มแบบทุกวัน แต่บางคนอาจมีไลฟ์สไตล์ หรือภาวะร่างกายที่ทำให้ขาดบางตัว เช่น นอนดึก ทำงานหน้าจอนาน หรือทานมังสวิรัติ ก็อาจเลือกกินวิตามินเฉพาะตัวช่วยเสริมตรงจุดได้ ต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเองจริงๆ
วิตามินจำเป็น กับร่างกายแค่ไหน?
วิตามินสำคัญกับร่างกายมาก เพราะมันช่วยให้ร่างกายทำงานปกติ ตั้งแต่ระบบภูมิคุ้มกัน การเผาผลาญพลังงาน ไปจนถึงสุขภาพผิว ผม ผม กระดูก และสมอง ถ้าได้รับไม่พอก็อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอ เหนื่อยง่าย หรือมีปัญหาสุขภาพระยะยาว แต่ถ้าได้รับเพียงพอจากอาหารครบหมู่หรือเสริมตรงจุด ก็ช่วยให้ร่างกายทำงานได้เต็มที่โดยไม่ต้องพึ่งยาอะไรเลย
- Tags: ความรู้ทั่วไป


