เก้งหม้อ กำลังจะหายไป สัญญาณอันตรายจากผืนป่าไทย

เก้งหม้อ กำลังจะหายไป

เก้งหม้อ กำลังจะหายไป มันเป็นสัตว์ป่าหายากในไทย ที่อาศัยอยู่ตามป่าดิบแถบภูเขาเงียบๆ ไม่ได้โดดเด่นเหมือนช้างหรือเสือ เลยแทบไม่มีใครพูดถึง แต่ความเงียบนี่แหละที่ทำให้มันกำลัง หายไปแบบไม่รู้ตัว ปัจจุบันจำนวนลดลงเรื่อยๆ จากหลายปัจจัย ถึงจะไม่ได้มีตัวเลขชัดเจนแบบสัตว์ใหญ่บางชนิด แต่ข้อมูลจากนักอนุรักษ์ชี้ตรงกันว่า แนวโน้มคือ ลดลง และน่ากังวลมาก

  • เก้งหม้อเป็นสัตว์ป่าหายาก กำลังลดจำนวนลงอย่างน่ากังวล
  • มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศในผืนป่า
  • หากไม่อนุรักษ์ มีโอกาสหายไปจากธรรมชาติในอนาคต

รู้จักเก้งหม้อ สัตว์ป่าหายากของไทย

เก้งหม้อ มีชื่ออื่นๆ อีก คือ กวางเขาจุก เก้งดำ หรือ เก้งดง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในอันดับสัตว์กีบคู่ จำพวกกวาง มีขนลำตัวสีเข้มกว่าเก้งธรรมดา ใบหน้าสีน้ำตาลเข้ม บริเวณกระหม่อมและโคนขามีสีเหลืองสด ขาทั้ง 4 ข้างมีสีดำ เป็นที่มาของชื่อ เก้งดำ หางสั้น ด้านบนสีเข้มแต่ด้านล่างมีสีขาวเห็นได้ชัดเจน

ความยาวลำตัวและหัว 88 เซนติเมตร ความยาวหาง 10 เซนติเมตร น้ำหนักตัว ประมาณ 22 กิโลกรัม จัดเป็นเก้งที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก ในอดีตเคยเชื่อว่าเหลือเพียงตัวเดียวในโลกที่สวนสัตว์ดุสิต พบได้ตามป่าธรรมชาติและวัดบริเวณพรมแดนไทย-พม่า

ปัจจุบันจัดเป็น สัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ซึ่งถือเป็นสัตว์ป่าที่หายากและต้องการการคุ้มครองระดับสูงสุด มักผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาว ใช้เวลาตั้งท้องนาน 6 เดือน และออกลูกครั้งละ 1 ตัว

ที่มา: เก้งหม้อ (21 มกราคม 2025) [1]

ลักษณะรูปร่าง สีขน และเขาที่เป็นเอกลักษณ์

ลักษณะทางกายภาพของเก้งหม้อ มีขนาด ใกล้เคียงกับเก้งธรรมดา มีความสูงประมาณ 40-65 เซนติเมตร มีเขา สั้นกว่าเก้งธรรมดา ผลัดเขาเป็นประจำทุกปี มี 2 กิ่ง กิ่งหน้าสั้น กิ่งหลังยาว มีสีขน ลำตัวมีสีน้ำตาลอมดำ คล้ายสีหม้อดิน ส่วนท้องมีสีขาว และขาทั้ง 4 ข้างมีสีดำ

จุดเด่นอื่นๆ มีต่อมน้ำตาขนาดใหญ่ที่เห็นได้ชัดเจน แต่ไม่มีต่อมที่หน้าผาก ส่วนลูกเก้งบางตัวอาจมีจุดสีขาวตามลำตัว พบแพร่กระจายบริเวณ เทือกเขาตะนาวศรี ในประเทศไทยมักพบในเขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่ ภาคตะวันตกและภาคใต้

ที่มา: เก้งหม้อ, กวางเขาจุก (4 มกราคม 2021) [2]

ถิ่นอาศัยและการกระจายพันธุ์ ของเก้งหม้อ

เก้งหม้อเป็นสัตว์ป่าที่ชอบอยู่ใน ป่าดิบชื้น หรือป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงๆ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีต้นไม้แน่นๆ พุ่มไม้เยอะๆ เพราะมันต้องใช้เป็นที่หลบภัยจากนักล่า แล้วก็ใช้เป็นแหล่งหาอาหารไปในตัว

ในประเทศไทย สมัยก่อนเคยมีรายงานพบเก้งหม้ออยู่ตามป่าทางภาคใต้ เช่น แถวป่าดงดิบหรือพื้นที่ติดชายแดน แต่ปัจจุบันแทบจะไม่เจอแล้ว เก้งหม้อ กำลังจะหายไป หรือเรียกได้ว่า หายากมากจนแทบไม่เห็น เลยก็ว่าได้

เก้งหม้อไม่ได้มีแค่ในไทย ยังเคยพบในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พม่า เวียดนาม หรือจีนตอนใต้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีลักษณะร่วมกัน คือเป็นพื้นที่ป่าที่ค่อนข้างสมบูรณ์

พฤติกรรมการใช้ชีวิต ของเก้งหม้อ

เก้งหม้อ กำลังจะหายไป

เก้งหม้อเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างรักสันโดษนะ ส่วนใหญ่จะอยู่ตัวเดียว ไม่ค่อยรวมฝูงเหมือนสัตว์กีบชนิดอื่นๆ จะมีบ้างแค่ช่วงผสมพันธุ์เท่านั้นเอง นิสัย ระวังตัวเก่งมาก ถ้ามีเสียงหรือกลิ่นแปลกๆ มันจะรีบหนีทันที ทำให้คนแทบไม่มีโอกาสได้เห็นในธรรมชาติเลย

ชอบอยู่ในป่าที่มีความชื้นสูง เช่น หุบเขาหรือป่าดิบชื้นใกล้แหล่งน้ำ เพราะอดน้ำได้ไม่เก่ง เท่าเก้งธรรมดาช่วงเวลาหากินจะออกแนวเช้าๆ กับเย็นๆ หรือบางทีก็กลางคืน เพราะเป็นช่วงที่ปลอดภัยกว่า ไม่ต้องเจอคนหรือผู้ล่าเยอะ

อาหารหลักก็จะเป็นพวกใบไม้ ยอดอ่อน ผลไม้ป่า ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ตามพื้นป่า ไม่ได้ออกไปไกลมาก มันชอบอยู่ในพื้นที่รกๆ หรือป่าทึบ เพราะช่วยพรางตัวได้ดี ทำให้รอดจากอันตรายได้มากขึ้น

สถานะปัจจุบันของเก้งหม้อ ในไทยและโลก

ตอนนี้เก้งหม้อถือว่าอยู่ในสถานะ น่าเป็นห่วงมากๆ เพราะจำนวนในธรรมชาติลดลงต่อเนื่องแบบเงียบๆ ในระดับโลก เก้งหม้อถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่ใกล้ถูกคุกคาม หรือเสี่ยงต่อการลดจำนวน ถ้าไม่มีการดูแลจริงจัง ก็มีโอกาสขยับไปสู่สถานะใกล้สูญพันธุ์ได้ในอนาคต

ส่วนในประเทศไทย ก็หายากสุดๆ เป็น สัตว์ป่าที่ใกล้ สูญพันธุ์ แทบไม่มีใครเจอในธรรมชาติแล้ว บางพื้นที่ที่เคยพบก็เงียบหายไป ทำให้ข้อมูลปัจจุบันค่อนข้างน้อย และยิ่งทำให้การติดตามสถานการณ์ยากขึ้นไปอีก

ปัจจัยที่ทำให้ ให้เก้งหม้อหายาก อยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

วิกฤตการณ์ของป่าไม้และสัตว์ป่าในอดีต สาเหตุสำคัญที่ทำให้ เก้งหม้อ ใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งมี 2 ประเด็นหลักดังนี้

1. การทำลายป่าไม้และถิ่นที่อยู่อาศัย

ในอดีตป่าไม้ถูกทำลายอย่างรุนแรง เช่น ช่วงปี พ.ศ. 2525–2528 ป่าหายไปเฉลี่ยปีละ 1.751 ล้านไร่ ทำให้แหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ลดลง ถึงแม้จะมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า แต่พื้นที่อนุรักษ์จริงๆ มีไม่ถึง 10% ของประเทศ และยังมีลักษณะกระจัดกระจาย ไม่เชื่อมต่อกันเป็นผืนใหญ่

2. การถูกล่าเพื่อเป็นอาหารและการค้า

ถึงจะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ยังคงถูกพรานล่า เพื่อนำเนื้อมาเป็นอาหารหรือจับตัวเป็นๆ ไปขาย ในปี พ.ศ. 2529 มีการจับ เก้งหม้อ ตัวแรกได้โดยบังเอิญโดยพรานจากอำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี บริเวณภูเขาสูงในป่าดงดิบ ชาวบ้านเรียกว่า ควนคันไร่ ซึ่งเป็นแหล่งที่มีเก้งหม้ออาศัยอยู่ชุกชุม

และในปี พ.ศ. 2530 พรานใช้วิธีวางแร้วดักสัตว์ถึง 300 ตาต่อครั้ง จับเก้งหม้อได้ทั้งหมด 15 ตัว ส่วนใหญ่ ตาย ระหว่างการเลี้ยงดูก่อนนำไปขาย ตัวที่เหลือรอดไปถึงมือผู้ซื้อ มักจะตายในภายหลังเนื่องจากความบอบช้ำ

ที่มา: เก้งหม้อ สัตว์ป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ กับการค้นพบที่ จ.สุราษฎร์ธานี (18 พฤศจิกายน 2017) [3]

ความแตกต่างระหว่าง เก้งหม้อกับเก้งชนิดอื่น

เก้งหม้อจะดูลึกลับกว่า เก้งทั่วไป เพราะเจอตัวยากมาก แทบไม่มีคนเคยเห็นในธรรมชาติจริงๆ เรื่องหน้าตา เก้งหม้อมักจะตัวเล็กกว่า สีขนออกเข้มๆ ดูทึบๆ ไม่สว่างเหมือนเก้งธรรมดาที่เราอาจเคยเห็นตามข่าวหรือสารคดี

พฤติกรรม เก้งหม้อจะระวังตัวสูงมาก อยู่เงียบๆ ไม่ค่อยโผล่ออกมาให้เห็น ส่วนเก้งบางชนิดอาจยังพอพบได้ง่ายกว่าในบางพื้นที่ ถิ่นอาศัยก็ไม่เหมือนกัน เก้งหม้อจะชอบอยู่ในป่าทึบ ลึก และรกๆ มากๆ เพื่อพรางตัวให้ปลอดภัย ในขณะที่เก้งชนิดอื่นบางตัว อาจอยู่ตามป่าโปร่งหรือพื้นที่เปิดมากกว่า

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเก้งหม้อ ที่คนมักไม่รู้

หลายคนอาจไม่รู้ว่าเก้งหม้อเป็นสัตว์ที่ ลึกลับมาก ระดับที่ว่านักวิจัยยังแทบไม่มีข้อมูลชัดๆ เลย เพราะเจอตัวยากสุดๆ ในธรรมชาติ ถึงจะดูตัวเล็กๆ แต่มันเอาตัวรอดเก่งมาก ทั้งเรื่องการพรางตัวและการหนีภัย คือถ้ามีอะไรผิดปกติ มันหายเข้าป่าไปแบบแทบไม่ทิ้งร่องรอยเลย

เก้งหม้อไม่ได้อยู่รวมฝูงเหมือนสัตว์กีบหลายชนิด ส่วนใหญ่จะอยู่ตัวเดียว ใช้ชีวิตเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใคร ทำให้ยิ่งหาตัวยากเข้าไปอีก หลายคนคิดว่าเก้งทุกชนิดหน้าตาคล้ายกันหมด แต่เก้งหม้อจะมีโทนสีขนที่เข้มกว่า ดูกลมกลืนกับป่าทึบมากกว่าแบบเห็นได้ชัด

เก้งหม้อเป็นเหมือน ตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของป่า ถ้ายังมีมันอยู่ แปลว่าป่านั้นยังค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ถ้ามันหายไป นั่นแปลว่าระบบนิเวศเริ่มมีปัญหาแล้ว

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ต่อการดำรงชีวิตของเก้งหม้อ

เก้งหม้อจะอยู่ได้ดีในป่าที่ สมบูรณ์และเงียบจริงๆ ไม่ใช่ป่าโปร่งหรือพื้นที่ที่คนเข้าออกบ่อยๆ มันชอบป่าดิบชื้นที่มีต้นไม้สูง พุ่มไม้แน่นๆ เพราะพื้นที่แบบนี้ช่วยให้มันหลบศัตรูได้ง่าย แล้วก็มีอาหารให้กินตลอด เช่น ใบไม้ ยอดอ่อน หรือผลไม้ป่า

ต้องมีแหล่งน้ำอยู่ไม่ไกลมาก อย่างลำธารเล็กๆ หรือแอ่งน้ำในป่า เพราะสัตว์ป่าทุกชนิด รวมถึงเก้งหม้อ ก็ต้องใช้น้ำในการดำรงชีวิต สภาพอากาศก็มีผลเหมือนกัน เก้งหม้อจะอยู่ได้ดีในที่ที่อากาศค่อนข้างชื้น ไม่ร้อนจัดหรือแห้งเกินไป เพราะมันเป็นสัตว์ที่คุ้นเคยกับป่าฝนเขตร้อน

ที่สำคัญ คือ ต้องปลอดภัยจากมนุษย์ เพราะถ้ามีการล่า หรือมีคนเข้าไปทำลายป่าบ่อยๆ เก้งหม้อจะเครียดและหนีออกจากพื้นที่ทันที

สรุป เก้งหม้อ กำลังจะหายไป วิกฤตสัตว์ป่าที่กำลังถูกลืม

เก้งหม้อ กำลังจะหายไป ตอนนี้มันกำลังอยู่ในจุดที่ เสี่ยงหายไปจากธรรมชาติ แบบเงียบๆ เพราะทั้งการล่าและการที่ป่าถูกทำลายทำให้ที่อยู่ของมันหายไปเรื่อยๆ จากที่เคยพบได้ในบางพื้นที่ ตอนนี้แทบไม่เห็นแล้ว ยิ่งคนไม่ค่อยรู้จัก ก็ยิ่งไม่มีใครพูดถึงหรือช่วยกันอนุรักษ์ สุดท้ายถ้ายังปล่อยแบบนี้ต่อไป เก้งหม้อก็มีโอกาสหายไปจริงๆ แบบที่หลายคนยังไม่ทันได้รู้จักมันเลย

เก้งหม้อมักจะ ออกหากินช่วงเวลาไหน?

เก้งหม้อจะออกหากินช่วงเช้ามืด กับตอนเย็นเป็นหลัก เพราะอากาศไม่ร้อน และปลอดภัยกว่าช่วงกลางวัน บางทีก็ออกหากินตอนกลางคืนด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนหรือผู้ล่าเยอะ มันจะยิ่งเลี่ยงเวลาเสี่ยงๆ แล้วเลือกช่วงที่เงียบที่สุดแทน เป็นสัตว์ที่ชอบความสงบ เลยเลือกออกมาหากินตอนที่คนไม่ค่อยอยู่

เก้งหม้อมีศัตรูตามธรรมชาติหรือไม่?

เก้งหม้อก็มีศัตรูตามธรรมชาติเหมือนสัตว์ป่าทั่วไป ส่วนใหญ่จะเป็นพวกผู้ล่าขนาดใหญ่ในป่า เช่น เสือหรือสัตว์กินเนื้ออื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน แล้วมนุษย์นี่แหละ ถือเป็นศัตรูหลักเลย ทั้งจากการล่าและการทำลายป่า ทำให้มันอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ ในธรรมชาติมีศัตรูอยู่แล้ว แต่สิ่งที่กระทบมันหนักสุดตอนนี้ คือกิจกรรมของคนมากกว่า

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง